จดหมายชี้แจง

 กรณีปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ในโครงการข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์

 

            ตามที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ทำการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ให้ยืมให้แก่เกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์เพื่อทำการเพาะปลูก และเกษตรกรได้ดำเนินการเพาะปลูกแล้วพบปัญหาหลายประการ ทางศูนย์วิทย์ฯ จึงขอชี้แจงถึงสาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในการเพาะปลูกครั้งต่อไป รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ดังต่อไปนี้



 

 

  1. ปัญหาอัตราการงอกของเมล็ดพันธุ์ต่ำกว่ามาตรฐาน

 

            ตามที่เกษตรกรให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่โครงการว่า ได้ทำการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวแล้วพบว่าเมล็ดพันธุ์ไม่งอก หรือมีอัตราการงอกที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ในการนี้ นักวิชาการเกษตรจากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกรที่ประสบปัญหาหลายราย เกี่ยวกับกระบวนการเพาะปลูก และได้ข้อมูลว่ามีความแตกต่างในขั้นตอนของการแช่ข้าวพร้อมเชื้อราไตรโคเดอร์มา โดยเกษตรกรหลายรายมีการแช่ข้าวในน้ำที่ผสมด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นระยะเวลานานเกินไป กล่าวคือ นานเกินกว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นสาเหตุให้ข้าวมีอัตราการงอกที่ต่ำลง เนื่องจากเชื้อราไตรโคเดอร์มาจะเข้าไปกินอะไมเลสหรือเนื้อแป้งในเมล็ดพันธุ์ ทำให้ความสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์ลดลง กับทั้งเชื้อราไตรโคเดอร์มายังเข้าไปแย่งออกซิเจนในน้ำแช่ข้าว ทำให้ปริมาณออกซิเจนที่เมล็ดพันธุ์ต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโตมีปริมาณไม่เพียงพอ

            ด้วยปัจจัยดังที่กล่าวข้างต้น จึงทำให้อัตราการงอกของเมล็ดพันธุ์อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

 

ข้อเสนอแนะการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา

1. นำเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่เป็นเชื้อสดจำนวน 1 กิโลกรัม ผสมน้ำในอัตราส่วนเชื้อสด 1 กิโลกรัม ต่อน้ำสะอาด 200 ลิตร แล้วกรองเอาแต่น้ำที่มีสปอร์สีเขียว

2. นำเมล็ดพันธุ์มาแช่ในน้ำที่ผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นระยะเวลา 1 คืน หรือไม่เกิน 12 ชั่วโมง

3. นำเมล็ดพันธุ์ไปบ่มเป็นระยะเวลา 2 วัน

            วิธีการดังกล่าวจะทำให้เมล็ดพันธุ์มีอัตราการงอกที่ดี (เกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์) และลดการเกิดโรคพืชที่ติดกับมากับเมล็ดพันธุ์ได้

 

           

 

แนวทางการแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเสียหาย

ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งเรื่องคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ และวิธีการเพาะปลูกที่เกษตรกรได้รับทราบและดำเนินการอาจไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม โดยที่การจัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงสุดส่งเพื่อส่งมอบให้แก่เกษตรกรและการให้ข้อมูลการเพาะปลูกที่ถูกต้องและทั่วถึง เพื่อการเพาะปลูกให้เกิดคุณภาพสูงสุด เป็นบทบาทความรับผิดชอบโดยตรงของศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะหนึ่งในภาคีความร่วมมือของโครงการฯ ดังนั้น ศูนย์วิทย์ฯ จึงขอรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และขออภัยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายมา ณ ที่นี้

 

สำหรับแนวทางการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น มีดังนี้

1. ตามเงื่อนไขที่เกษตรกรในโครงการ ต้องคืนข้าวเปลือกแก่ศูนย์วิทย์ฯ หลังการเก็บเกี่ยว เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนเมล็ดพันธุ์ได้ยืมไปนั้น ศูนย์วิทย์ฯ ขอยกเว้นเงื่อนไขดังกล่าวให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายในกรณีดังกล่าว กล่าวคือ เกษตรกรที่มีปัญหาเมล็ดพันธุ์ไม่งอก ไม่ต้องส่งคืนข้าวเปลือกแก่ศูนย์วิทย์ฯ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ แต่ทั้งนี้ ศูนย์วิทย์ฯ ขอให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาดังกล่าว ส่งเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่ได้ทำการแช่น้ำเพาะกล้า คืนแก่ทางศูนย์วิทย์ฯ โดยค่าใช้จ่ายในการขนส่งเมล็ดพันธุ์กลับคืนนั้น ศูนย์วิทย์ฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบ

 

2. สำหรับเกษตรกรที่ทำการเพาะกล้า และเกิดค่าใช้จ่ายสำหรับการเพาะกล้าขึ้นนั้น ศูนย์วิทย์ฯ ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและ/หรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นอันเป็นผลโดยตรงมาจากการดำเนินการดังกล่าว โดยขอให้เกษตรกรทำการรวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่าย/ความเสียหาย อาทิ ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือภาพถ่ายความเสียหาย เป็นต้น เพื่อประกอบการพิจารณาเบิกจ่ายจากทางศูนย์วิทย์ฯ

 

3. เกษตรกรที่ประสบปัญหาเมล็ดพันธุ์ไม่งอกนั้น สามารถใช้เมล็ดพันธุ์ของตนเองหรือของสมาชิกในกลุ่มที่มีคุณภาพและผ่านการตรวจคุณภาพได้ และเกษตรกรรายใดที่มีความประสงค์จะใช้เมล็ดพันธุ์ของตนเอง แต่เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการตรวจรับรองความบริสุทธิ์และอัตราการเจือปน ขอให้ดำเนินการส่งตัวอย่างเมล็ดพันธุ์มายังศูนย์วิทย์ฯ โดยเร็วที่สุด เพื่อทำการตรวจสอบและเก็บบันทึกข้อมูลเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในการอ้างอิงต่อไป ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ทันที โดยมิต้องรอทราบผลการตรวจแต่อย่างใด

 

 

           
                   

ที่อยู่สำหรับการจัดส่งตัวอย่างเมล็ดพันธุ์

“ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

เลขที่ 1 หมู่ 6 ถนนมาลัยแทน ตำบลกำแพงแสน

อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140”

วงเล็บมุมกล่องว่า "ตัวอย่างเมล็ดพันธุ์โครงการข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์”

 

 

 

         

 

ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์

            โดยที่ศูนย์วิทย์ฯ ได้รับแจ้งจากเกษตรกรบางรายว่า เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับสำหรับเพาะปลูกในโครงการ มีสีน้ำตาลแดง ไม่ดำเข้มเหมือนลักษณะของข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่ดี และมีเมล็ดลีบจำนวนมาก จึงทำให้เกษตรกรไม่มีความมั่นใจในคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับยืมไป

            ในการนี้ ศูนย์วิทย์ฯ ใคร่ขอชี้แจงว่า เมล็ดพันธุ์ที่ได้จัดส่งให้แก่เกษตรกรนั้น เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีความบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากการเพาะปลูกเพื่อจัดทำเมล็ดพันธุ์ชุดดังกล่าวนี้ ได้ดำเนินการเพาะปลูกในช่วงนาปรังเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลาว (โรคข้าวตัวผู้หรือโรคถอดฝักดาบ) ซึ่งจะระบาดมากในช่วงฤดูฝน แต่โดยที่การเพาะปลูกในช่วงนาปรัง ซึ่งมีสภาพอากาศร้อน จึงทำให้เมล็ดข้าวสร้างสีได้ไม่ดี ประกอบกับเป็นการเพาะปลูกโดยวิธีทางอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ จึงทำให้เมล็ดพันธุ์ลีบและไม่สมบูรณ์ในบางส่วน

            อย่างไรก็ตาม ก่อนจะดำเนินการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ศูนย์วิทย์ฯ ได้ทำการตรวจเช็คอัตราการงอกแล้ว พบว่าเมล็ดพันธุ์ชุดดังกล่าวมีอัตราการงอกไม่ต่ำกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ

            อนึ่ง ในช่วงปลายฤดูกาลผลิตของปีนี้ ศูนย์วิทย์ฯ จะจัดให้มีการอบรมแก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ เกี่ยวกับการผลิตและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในกลุ่มของตนเองอย่างถูกต้องตามหลักวิธีการ และตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายพืชพันธุ์ใหม่ซึ่งประกาศโดยกรมวิชาการเกษตรอีกด้วย

  

 

 

 

ผลการทดสอบเมล็ดพันธุ์

 

ชุดเมล็ดพันธุ์

แหล่งที่มา

อายุเก็บ

ระดับอินทรีย์

%การงอก(แช่น้ำ)

%การงอก(แช่ไตรโค)

สิ่งเจือปน

ข้าวปน

% ความชื้น

A

คุณสกล

1 เดือน 26 วัน

IFOAM

97

98

1

9 เมล็ดในครึ่งกิโลกรัม

13.5

B

คุณสกล

4 เดือน 14 วัน

IFOAM

95

97

1

32 เมล็ดในครึ่งกิโลกรัม

13

ข้อมูลเมล็ดพันธุ์ก่อนส่งให้กับเกษตรกร (ตรวจสอบเมื่อวันที่ 14/7/58)

หมายเหตุ แนะนำให้แช่เมล็ดพันธุ์ในเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตราส่วน เชื้อสด 1 กิโลกรัมต่อน้ำสะอาด 200 ลิตร แช่นาน 12 ชั่วโมง และนำมาบ่มต่ออีก 2-3 วัน (ในการบ่มให้มีความชื้นพอประมาณ ไม่แฉะ)

หลังจากที่ส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกรมีการแจ้งว่าเมล็ดพันธุ์เพาะไม่ขึ้นจึงทำให้เกิดปัญหาในการเพาะปลูกศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวจึงได้ทำการทดลองหาเปอร์เซ็นต์การงอกใหม่และหาแนวทางการแก้ไขโดยได้ออกแบบการทดลองดังนี้

 

ผลการทดสอบกรรมวิธีการแช่ข้าวที่ 12 ,24 ชั่วโมง

กรรมวิธี

ชุดเมล็ดพันธุ์

% การงอก (แช่น้ำ)

%การงอก(แช่ไตรโค)

อื่นๆ

แช่น้ำนาน 12 ชม.

A

91

92

-ข้าวชุด B เป็นชุดที่งอกช้ากว่าชุด A ประมาณ 1 วัน

 -ข้าวทั้งสองชุดในขั้นตอนการบ่มข้าวไม่ควรให้ข้าวแฉะ

เพราะจะทำให้ข้าวไม่งอก (ควรให้มีความชื้นพอประมาณ)

B

87

89

แช่น้ำนาน 24 ชม.

A

48

44

B

45

39

สรุปผล จากการทดสอบ ในการแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (จากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว) พบว่า ในการแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ 12 ชั่วโมง ไม่ว่าจะแช่ในน้ำหรือในน้ำเชื้อราไตรโคเดอร์มา (แช่ในที่ร่มไม่ตากแดด)  และนำมาบ่มต่ออีก 2-3 วัน (เมล็ดข้าวไม่แฉะ) เมล็ดข้าวก็จะมีเปอร์เซ็นต์การงอกที่ปกติ)

                        ส่วนในการแช่เมล็ดพันธุ์ที่ 24 ชั่วโมง พบว่าจะมีเปอร์เซ็นต์การงอกที่ลดลง ดังตารางที่แสดงด้านบน เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ ในการแช่เมล็ดพันธุ์ 24 ชั่วโมง เชื้อราไตรโคเดอร์มาจะเข้าไปกินอะไมเลสหรือเนื้อแป้งในเมล็ดพันธุ์ ทำให้ความสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์ลดลง กับทั้งเชื้อราไตรโคเดอร์มายังเข้าไปแย่งออกซิเจนในน้ำแช่ข้าว ทำให้ปริมาณออกซิเจนที่เมล็ดพันธุ์ต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโตมีปริมาณไม่เพียงพอ และเมื่อแช่เมล็ดพันธุ์ตากแดดบ่มอีก 2 วันโดยที่ข้าวแฉะเมล็ดข้าวจะงอดได้ไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากการแช่ตากแดดทำให้ข้าวร้อนเกิดไปทำให้ข้าวสุกประกอบกับการบ่มข้าวโดยที่วัสดุที่ใช้บ่มมีการระบายน้ำที่ไม่ดีจึงทำให้ข้าวเกิดความชื้นแฉะและมีกลิ่นเหม็น

 

สาเหตุอื่นที่มีผลต่อการเพาะกล้าไม่ขึ้น

  1. วัสดุที่ใช้ในการเพาะเมล็ดพันธุ์มีความสะอาดไม่พอเนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการเพาะกล้ามีการใช้ที่ซ้ำๆจึงทำให้เป็นแหล่งของการเกิดโรคบวกกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เป็นอินทรีย์แท้ซึ่งจะมีความอ่อนแอต่อโรคในช่วงต้นอ่อนจึงทำให้ต้องมีการใช้วัสดุที่สะอาดและปราศจากเชื้อโรคเพื่อให้มีการงอกของเมล็ดพันธุ์ที่ดีขึ้น
  2. การใช้วัสดุในการแช่และบ่มเมล็ดพันธุ์ที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เมื่อวัสดุมีการระบายอากาศที่ไม่สะดวกทำให้เมื่อบ่มข้าวเกิดความชื้นและแฉะมากเกินไปจึงทำให้เกิดการหมักของข้าวและเกิดกลิ่นเหม็นทำให้ข้าวทีการงอดที่น้อยลงจึงต้องหาวัสดุที่แช่และบ่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจะทำให้ข้าวไม่เกิดการหมักซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็นและทีการงอกที่ดีขึ้น
  3. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาที่เสื่อมคุณภาพทำให้เชื้อราไม่สามารถไปกำจัดเชื้อราอื่นที่เป็นโทษและช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นในการงอกได้จึงทำให้ข้าวงอกได้ไม่ดี ซึ่งเหตุที่เชื้อราเสื่อมคุณภาพอาจเกิดจากใช้เชื้อราที่มีอายุนานเกินไปหรือมีการเก็บที่ไม่ดีจึงควรที่จะเก็บเชื้อราในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกไม่มีความร้อนเกินไปก็จะทำให้เชื้อรามีคุณภาพที่ดีและเพิ่มเปอร์เซ็นของการงอกของเมล็ดข้าวได้ดีขึ้นตามไปด้วย

 

หมายเหตุ

เมล็ดพันธุ์ชุด A ข้าวเข้าเมื่อ 26/5/2558 ส่งข้าวช่วง 22/7/2558
เมล็ดพันธุ์ชุด B ข้าวเข้าเมื่อ 5/3/2558 ส่งข้าวช่วง 22/7/2558

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 © Riceberry  Valley 2015