รายละเอียดโครงการฯ



ภาพรวมของฟาร์ม (พื้นที่เพาะปลูก) ในโครงการ

           พื้นที่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสมกับการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยทำการคัดเลือกจากพื้นที่ซึ่งเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรสมัครเข้ามา ให้ได้พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดจำนวน 12 วัลเล่ย์ โดยเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่มีดังต่อไปนี้ 

  • พื้นที่เป็นที่นาสำหรับเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ติดกันเป็นผืนใหญ่ ขนาดไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ แปลงนาไม่กระจัดกระจาย และไม่มีแปลงนาเกษตรเคมีมาคั่นหรือแทรกระหว่างพื้นที่
  • พื้นที่มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสำหรับปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ กล่าวคือ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม มีอุณหภูมิในตอนกลางวันอยู่ที่ 32 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิตอนกลางคืนอยู่ที่ 22 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพดีที่สุด
  • พื้นที่มีการทำนาแบบอินทรีย์มาก่อน หรือยังไม่เคยทำนาอินทรีย์ แต่เกษตรกรมีความสนใจและตั้งใจที่จะเรียนรู้การทำนาแบบอินทรีย์ มีทัศนคติที่ดีต่อการทำนาลดต้นทุน และไม่ใช้สารเคมีหรือปัจจัยการผลิตที่ได้จากกระบวนการทางเคมี
  • เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความตั้งใจที่จะทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดของตน ไม่มีการแบ่งพื้นที่ทำการเพาะปลูกเป็นทั้งเกษตรเคมีและเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกไปทำการปลูกพืชชนิดอื่นหรือข้าวพันธุ์อื่นนอกเหนือจากข้าวไรซ์เบอรี่ได้ แต่พื้นที่สำหรับเข้าร่วมโครงการต้องคิดเป็นอัตราส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งหมดของตน
  • เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องทำนาแบบปักดำ หรือหยอดเมล็ดพันธุ์ หรือโยนกล้า และใช้เมล็ดพันธุ์ไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่ ตามเงื่อนไขของโครงการ

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีระบบการจัดการกลุ่มที่ดี มีตัวแทนหรือหัวหน้ากลุ่มทำหน้าที่ประสานงานเกษตรกรสมาชิกได้ดี และเกษตรกรสมาชิกมีความกระตือรือร้นที่จะรับทราบและทำความเข้าใจในข่าวสารต่างๆ ทั้งจากโครงการและจากตัวแทนหรือหัวหน้ากลุ่ม

 

การประเมินความเสี่ยง

         การประเมินความเสี่ยงในการผลิต ทางโครงการฯ จะประเมินความเสี่ยงเกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่การผลิตในฟาร์ม การขนส่ง การจัดเก็บ ซึ่งทางโครงการจะคำนึงถึงความเสี่ยงเหล่านั้นในทุกขั้นตอนการทำงาน

เกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ

  • เกษตรกรจะต้องรวมตัวกันสมัครในนามของกลุ่ม ซึ่งต้องมีสมาชิกในกลุ่มอย่างน้อย 10 คนขึ้นไป และกลุ่มจะต้องมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ติดกันไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ โดยพื้นที่ไม่กระจัดกระจาย และไม่มีแปลงนาเกษตรเคมีมาคั่นหรือแทรกระหว่างพื้นที่
  • เกษตรกรจะต้องรับเมล็ดพันธุ์จากโครงการเท่านั้น โดยเกษตรกรจะได้รับเมล็ดพันธุ์จำนวน 5 กิโลกรัมต่อไร่ และต้องคืนเป็นสองเท่าของเมล็ดพันธุ์ที่ยืมไป
  • เกษตรกรจะต้องทำนาด้วยวิธี ปักดำ หยอดเมล็ด หรือด้วยวิธีการโยนกล้าเท่านั้น (เพื่อผลประโยชน์ของท่านเอง)
  • ในพื้นที่เดียวกัน แต่ปลูกข้าวชนิดอื่นๆ ไว้เพื่อรับประทานในครัวเรือน  เกษตรกรสามารถแสดงความจำนงยื่นขอรับรองเป็นพื้นที่อินทรีย์ได้เช่นเดียวกัน
  • เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถจำหน่ายข้าวไรซ์เบอรี่ที่ปลูกในโครงการฯ ให้กับบุคคลภายนอก หรือสมาชิกด้วยกันเอง เว้นเสียแต่จะเก็บไว้รับประทานในครัวเรือน ซึ่งจะต้องแจ้งทางโครงการให้ทราบเสียก่อน หากฝ่าฝืนจะได้รับโทษด้วยการให้ออกจากโครงการ และถูกตัดสิทธิ์จากการขอรับรองมาตรฐานทั้งหมด แม้พื้นที่ของท่านจะได้รับการรับรองให้เป็นพื้นที่อินทรีย์แล้วก็ตาม
  • เกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามระเบียบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อย่างเคร่งครัด และต้องแจ้งข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงกับทางโครงการฯ  เพื่อผลประโยชน์ของท่าน รวมถึงเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ
    (หากทราบว่าทางกลุ่มต้องการปกปิดข้อมูล ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายแก่โครงการฯ ทางโครงการจะพิจารณาตัดสิทธิ์สมาชิกทั้งหมดของกลุ่มออกจากโครงการและยกเลิกสิทธิ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ของทางกลุ่มทั้งหมดด้วย แม้พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการรับรองให้เป็นพื้นที่อินทรีย์แล้วก็ตาม)

สิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ

  1. ปัจจัยการผลิต ได้แก่ เมล็ดพันธุ์แท้ให้ยืมและเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรคพืช
  2. การสนับสนุนและการดูแลทุกขั้นตอนจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งข้อมูลเรื่องพันธุ์ข้าว การเพาะปลูก และการจัดทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ได้รับการรับรองพื้นที่ให้เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  3. เงินสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้สามารถเติบโตและพึ่งพาตัวเองได้
  4. เงินปันผลกำไรจากการดำเนินกิจกรรม (เป็นรายบุคคล) หลังจบโครงการ
  5. ได้รับสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเป็นพื้นที่สำหรับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) สำหรับข้าวไรซ์เบอรี่ เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไรซ์เบอรี่ และเพื่อการพัฒนาชุมชนให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับโลกได้

 ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ  สำหรับฤดูกาลผลิต ปี 2558 / 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 © Riceberry  Valley 2015